สุขภาพ ควรกินอย่างไรเมื่อทางเดินปัสสาวะมีปัญหา

สุขภาพ ควรกินอย่างไรเมื่อทางเดินปัสสาวะมีปัญหา

AcuteUrinary-kid-top

ผู้หญิงวัยทองที่มีปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะรั่ว ช่องคลอดแห้ง ฯลฯ ควรให้ความสำคัญต่อวิธีการดื่มน้ำ และดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้ปัสสาวะบ่อยแต่น้อย

ปัญหาท่อขับปัสสาวะที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

      ปัญหาเดินปัสสาวะที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยทองมีดังนี้ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะรั่ว ช่องคลอดแห้ง มีกลิ่นแปลกๆ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก เกิดอาการคันบริเวณช่องคลอดหรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกปัสสาวะร้อนผ่าว หากเป็นขั้นรุนแรงยังก่อให้เกิดอาการต่างๆ ของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและท่อปัสสาวะอักเสบ เช่น ขาดสมรรถนะในการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ เจ็บเวลาขับปัสสาวะ เป็นต้น

อาการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นเนื่องจากการขาด “ฮอร์โมน เอสโทรเจน” หลังจากหมดประจำเดือน กระเพาะปัสสาวะทำให้อัตราความถี่ในการหดตัวของกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการหดตัวอ่อนแอ นอกจากนี้ ความแก่ชราทำให้เอ็นกล้ามเนื้อโพรงกระดูกเชิงกรานหย่อนคล้อยและรอบๆ ท่อปัสสาวะหดตัว ทำให้ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขาดการควบคุม เป็นต้น

จากการวิจัย ผู้หญิงวัยทองจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจะประสบปัญหาการขับปัสสาวะหนึ่งอย่างขึ้นไป แต่มีผู้หญิงเพียงหนึ่งในสี่ที่มาเข้ารับการตรวจรักษา ผู้อื่นนอกจากนี้มักจะเลื่อนเวลาการรักษา ทำให้อาการนับวันยิ่งหนักขึ้นๆ

อาหาร พฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตที่ต้องระวัง

  1. ต้องดื่มน้ำอย่างพอเหมาะประมาณ 1,000-2,000 ซีซี ไม่เกินนี้
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนอย่างน้ำชาและกาแฟ ฯลฯ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ง่าย
  3. ก่อนนอนไม่ควนดื่มน้ำเพื่อไม่ให้การขับปัสสาวะบ่อยๆ ส่งผลต่อการนอนหลับ
  4. ดื่มเหล้าน้อยๆ และกินผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำให้มากๆ แทน เช่น แตงโม
  5. กินแครนเบอรี่มากๆ เพราะสามารถป้องกันการติดเชื้อของท่อปัสสาวะ

กินอะไรดีจึงจะช่วยแก้ปัญหาทางเดินปัสสาวะ

แครนเบอรี่ลดอัตราการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ 20 เปอร์เซ็นต์ไหมข้าวโพดมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ส่วนส้มนั้นควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ผู้หญิงที่มีปัญหาท่อขับปัสสาวะควรกินให้มากๆ

แครนเบอรี่

      แครนเบอรี่ (cranberry) มีวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ แทนนิน และแอนโทไซยานินมากมาย มีผลในการป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ อี. โคลาย (E.coli) ไม่ให้เกาะติดผนังของท่อปัสสาวะ อีกทั้งแบคทีเรียยังขับออกนอกร่างกายพร้อมกับน้ำปัสสาวะได้ค่อนข้างง่ายด้วยและอาจช่วยป้องกันโรคติดเชื้อ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฯลฯได้

นักวิทยศาสตร์มากมายทั่วโลกได้ยืนยันแล้วว่า แครนเบอรี่มีความสามารถในการควบคุมแบคทีเรียในท่อปัสสาวะได้จริงๆ พร้อมทั้งแนะนำว่า การดื่มน้ำผลไม้แครนเบอรี่ทุกวัน จะสามารถลดอัตราการเกิดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ากินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากแครนเบอรี่จะต้องดื่มน้ำปริมาณมาก ถึงจะมีผลขับแบคทีเรียที่อยู่ในท่อปัสสาวะออกมาได้

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. แครนเบอรี่เป็นผลเบอรี่ที่พบเห็นบ่อยในอเมริกาเหนือที่ทั้งแครนเบอรี่แบบแช่แข็ง น้ำผลไม้แครนเบอรี่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงร่างกาย แครนเบอรี่สกัดอัดเม็ด แคปซูล หรืออื่นๆ เวลาเลือกซื้อต้องดูเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้ชัดเจน ประเทศที่นำเข้า และระยะเวลาในการเก็บ
  2. น้ำผลไม้แครนเบอรี่บริสุทธิ์ไม่มีน้ำตาลซึ่งวางขายตามท้องตลาดมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลสูงทั้งนั้น ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่กลัวอ้วน ดังนั้นก่อนซื้อ จะค้องดูก่อนว่ามีปริมาณน้ำตาลสูงหรือไม่
  3. แครนเบอรี่จัดเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ซึ่งสามารถกินควบคู่กับโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตที่ทำจากผัก ผลไม้ หรือน้ำผักผลไม้ได้

ไหมข้าวโพด

      ไหมข้าวโพด (ไม่ใช่ซังข้าวโพด: ฝักข้าวโพดที่แกะเม็ดออกแล้ว) มีสารอัลคาลอยด์ในพืช น้ำตาลกลูโคส กรดข้าวโพด กรดแอปเปิ้ล กรดมะนาว กรดทาร์ทาริก กรดออกซาลิก ยางสน ยางไม้ วิตามินเค และโพแทสเซียม ฯลฯ ซึ่งมีฤทธิ์ลดความดันและขับปัสสาวะ ช่วยให้ความดันโลหิตคงที่ด้วย แต่ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอไม่ควรกินเป็นเวลานาน ควรกินอย่างพอเหมาะ

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

      เนื่องจากข้าวโพดมีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวนานมาก ไหมข้าวโพดแห้งแข็งได้ง่ายและกินหอมจะลดลงด้วย ควรเลือกซื้อข้าวโพดที่มีลักษณะเม็ดเล็ก เปลือกมีสีเขียว และมีน้ำมาก ถึงจะได้ไหมข้าวโพดที่สดใหม่และมีรสหวาน

ให้หยิบข้าวโพดขึ้นมาดมใกล้ๆ ถ้าไหมข้าวโพดแห้งแล้ว กลิ่นจะไม่หอม แต่จะมีกลิ่นเหม็นอับแบบราแห้งๆ แทน

 

ส้ม

      ส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี แร่ธาตุ กรดอินทรีย์ กรดมะนาว ไฟเบอร์ สารสังกะสี แมกนีเซียม แคลเซียม และโพแทสเซียม ฯลฯ เนื่องจากมีกรดอินทรีย์มาก จึงสกัดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และมีส่วนช่วยในการปรับปรุงการติดเชื้อของท่อขับปัสสาวะให้ดีขึ้น

ส้มช่วยในการลดน้ำหนัก แต่กรดอินทรีย์มีค่อนข้างมากในส้ม ผู้ที่กระเพาะอาหารอ่อนแอและมีแผลเปื่อยไม่ควรกิน เพื่อไม่ให้เกิดอาการไม่สบายบริเวณกระเพาะอาหาร

เคล็ดลับการเลือกซื้อ

  1. เนื่องจากส้มเก็บได้ทน แม้ว่าจะเลยมาถึงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ส้มก็ยังดูดีอยู่จึงควรเลือกซื้ออย่างระมัดระวัง ไม่ควรซื้อส้มคุณภาพต่ำที่ดูช้ำเกินไป
  2. เวลาเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อที่อวบอิ่มและมีน้ำหนัก ถ้าผลส้มมีลักษณะแห้ง น้ำหนักเบา และมีรอยจุดสีดำ อาจะเป็นส้มที่เก็บไว้สักพักหนึ่งแล้ว ไม่ควรเลือกซื้อเด็ดขาด

Tips

แครนเบอรี่ทำอะไรกินได้บ้าง

แครนเบอรี่สดมีลักษณะกลม สีแดง (เรียกอีอย่างหนึ่งว่าแครนเบอรี่นกกระสา) แครนเบอรี่แช่แข็ง แครนเบอรี่แห้ง หรือแคนเบอรี่กระป๋อง ไม่ว่าจะในรูปแบบใด คุณก็สามารถนำมาประยุกต์อาหาร เครื่องดื่มขนม ได้ตามใจปรารถนา อาทิ

  • แครนเบอรี่กระป๋องจะมีน้ำขลุกขลิก ตักใส่ถ้วยแล้วเติมน้ำต้มสุก จะได้ “น้ำจิ่ม” หวานๆ เปรี้ยวๆ กินกับไก่ชุบแป้งป่นทอดได้เข้ากันดี เป็นสูตรของออสเตรเลีย
  • ทำ “สมูทีแครนเบอรี่โอ๊ตโยเกิร์ต” โดยนำแครนเบอรี่สดหรือแบบกระป๋อง ใส่ในโถปั่นใสในโยเกิร์ตรสธรรมชาติ น้ำแข็งปั่น นมสด และน้ำเชื่อมเล็กน้อยปั่นให้เข้ากัน แล้วใส่ข้าวโอ๊ตชนิดเกล็ดละเอียด ปั่นพอเข้ากัน รินใส่แก้วดื่มทันที
  • ทำ “โยเกิร์ตสลับสี” โดยนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือรสอื่นตามชอบมาใส่แก้วใสๆ ใบเล็กๆ แล้วราดแครนเบอรี่กระป๋องสลับกับโยเกิร์ตเป็นชั้นๆ โรยหน้าด้วยถั่วนิดหน่อย

ออกกำลังกายแบบใดแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อยได้ผล

ควรค้นหาวิธีการออกกำลังกายแบบง่ายๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อย และช่วยในการควบคุมปัสสาวะได้ ซึ่งนั้นก็คือ “การขมิบ” หรือ “การออกกำลังกายแบบเคเกล” ผู้หญิงวัยทองเรียนรู้แล้วก็ฝึกได้ทุกที่ทุกเวลา!

การออกำลังกายแบบเคเกล หรือ kegel เป็นการออกกำลังกายแบบ “ขมิบ” ยกกระชับกล้ามเนื้อหัวหน่าว ก้นกบ ที่เชื่อมต่อระหว่างท่อปัสสาวะช่องคลอดและทวารหนัก เป็นท่าที่ทำได้ง่าย ช่วยเสริมกล้ามเนื้อปลายกระดูกเชิงกราน อีกทั้งแก้ปัญหาปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเล็ด และการขาดการควบคุมในการปัสสาวะ เป็นต้น

 

 

เคล็ดลับการฝึก

  1. เมื่อเกิดความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ ก็ให้นั่งบนชักโครก แล้วกางขาทั้งสองข้างออกจากกัน
  2. ถ่ายปัสสาวะตามธรรมชาติ แต่อย่าให้หมดทีเดียว ให้เกร่งหยุดชะงักการขับถ่ายอย่างกะทันหัน
  3. ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา 10 ครั้ง

      คุ้นเคยวิธีการขมิบที่ถูกต้องนี้แล้ว แม้จะไม่ใช่เวลาขับปัสสาวะก็สามารถออกกำลังกายแบบเคเกลนี้ได้ เช่น อาจใช้โอกาสในช่วงทำอาหารในห้องทำงาน นั่งรถ รถติด ตอนตื่นนอน ตอนอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งๆ ที่ยืน นั่งลง หรือนอนอยู่ก็ได้ทั้งสิ้น

ทำได้วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 3-5 นาที แล้วทำแบบนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ก็จะช่วยปรับให้อาการปัสสาวะเล็ดดีขึ้นได้

Tips

ฝึกขมิบทั้งทีต้องระวัง

การออกกำลังกายแบบเคเกลนี้ควรระวังไม่เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณขาทั้งสองข้างมากเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อขาตึงตัวเกินไปได้

ท่ายกกระชับอื่นๆ ที่ช่วยได้

ท่ายกกระชับถวารหนัก 1

วิธีฝึก: เวลาสูดลมหายใจเข้า ทวารหนักใช้แรงยกตัวขึ้นและบีบตัว เวลาหายใจออกก็ผ่อนคลายกลับเป็นเหมือนเดิม ไม่ว่าจะนั่ง นอน หรือยืน ก็สามารถบริหารท่านี้ได้

ความถี่: ผ่อนคลายและบีบตัวถวารหนัก 30 ครั้งทำทุกเช้าและเย็น

ท่ายกกระชับถวารหนัก 2

วิธีฝึก: คุกเข่า คว่ำหน้าลงกับพื้นหรือเตียง อกแนบพื้น ยืดแขนทั้งสองออกไปข้างหน้า ยกช่วงสะโพกขึ้นมา ท่านี้จะเหมือนแมวกำลังเหยียดตัวเวลาสูดลมหายใจเข้า ทวารหนักใช้แรงยกตัวขึ้นและบีบตัว เวลาหายใจออกก็ผ่อนคลายกลับเป็นเหมือนเดิม

ความถี่: ผ่อนคลายและบีบตัวทวารหนัก ทำต่อเนื่องกัน 20-30 ครั้ง ทำทุกเช้าและเย็น

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Comments are closed.