ออกกำลังกาย 14ท่า บริหาร ส่วนต่างๆของร่างกาย

ออกกำลังกาย 14ท่า บริหาร ส่วนต่างๆของร่างกาย

ท่าที่ 1แก้ไขเข่า  ไหล่ติด  คอแข็ง  และปวดเอว

aerobic_exercise

จำนวนครั้ง  แนะนำให้ทำวันละ 5 ครั้งเป็นอย่างน้อย  ถ้ามีเวลาควรทำ 12-18 ครั้ง

  1. ท่าเตรียม  คุกเข่า  นั่งบนส้นเท้า (นิ้วเท้าพับขึ้น) มือทั้ง 2 ข้างวางบนต้นขา
  2. ก้มตัวลง  เอามือแตะพื้น  ไถมือและโน้มตัวไปข้างหน้าจนสุด  สะโพกไม่ขยับ  หน้าผากจดพื้น (มือทั้ง 2 ข้างรักษาอยู่ตำแหน่งเดิม  อย่าขยับ)
  3. หายใจเข้าช้าๆ ยกสะโพกแล้วกดลง  แขนตั้งฉากกับพื้นยันร่างกายท่อนบนไว้  หน้าตั้งตรงกลั้นลมหายใจ 3-5 วินาที
  4. ค่อยๆผ่อนลมหายใจออก  (มือ 2 ข้างอยู่ตำแหน่งเดิม) ดึงสะโพกกลับ  แขนทั้ง 2 ข้างค่อยๆดันถอยกลับสู่จังหวะที่ 2

หมออู๋อธิบาย

  • นิ้วเท้าพับไปข้างหน้าจะกระตุ้นกล้ามเนื้อก้านคอและหัวไหล่  ช่วยคลายการแข็งเกร็งของคอ  กระตุ้นเส้นลมปราณในร่างกาย  ทำให้เส้นลมปราณโล่ง
  • ฝึกท่านี้ 12-18 ครั้ง  ครั้งละ 2-3 รอบ  อาการปวดเข่าและไหลจะค่อยๆ ดีขึ้น  หลังบริหารท่านี้แล้ว  ถ้าใช้น้ำมันถูนวดกล้ามเนื้อและข้อที่ปวดจะรู้สึกสบายมากขึ้น

ท่าที่ 2แก้ปวดหลัง  ปวดไหล่  และคอแข็งเกร็ง

จำนวนครั้ง  แนะนำให้ทำวันละ 12-18 ครั้ง  ทุกครั้งทำ 5 รอบเป็นอย่างน้อย

  1. ท่าเตรียม  คุกเข่า  นั่งบนส้นเท้า  (นิ้วเท้าพับขึ้น) ฝ่ามื้อวางราบกับพื้น  ร่างกายท่อนบนยืดไปข้างหน้าจนสุดตัว  หน้าผากเกือบจดพื้น
  2. หายใจเข้าช้าๆ ยกสะโพกขึ้นแล้วกดลง  แขนตั้งฉากกับพื้นยันร่างกายท่อนบนไว้  หน้าตั้งตรง  กลั้นลมหายใจ 3-5 วินาที
  3. ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ  ยกเข่าสูงขึ้นจากพื้น (ฝ่ามือทั้งสองวางราบอยู่ตำแหน่งเดิม) และยกสะโพกขึ้นจนสูงสุด (ศีรษะดกลงต่ำ) ออกแรงเหยียบเท้าลง (จนกว่าส้นเท้าจะสัมผัสพื้น)
  4. ค่อยๆลดสะโพกและร่างกายท่อนบนลงกลับสู่จังหวะที่ 2 ขณะเดียวกันหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ กลั้นลมหายใจ 3-5 วินาที  แล้วค่อยๆ หายใจออก  กลับสู่ท่าเตรียมแล้วทำซ้ำ

หมออู๋อธิบาย

  • ในจังหวะที่ 1 ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างต้องวางอยู่ที่ตำแหน่งเดิมไม่เคลื่อนไปไหน  จังหวะที่ 3 ผู้ฝึกใหม่ยังไม่สามารถทำให้ส้นเท้าแตะพื้นได้  ก็ไม่ต้องฝืน  ค่อยๆฝึก  เมื่อส้นเท้าแตะพื้นได้  จะทำให้กระดูกสันหลังคลายแรงกดดัน  ฝึกต่อไปเรื่อยๆ  ระยะยาวจะทำให้อาการปวดหลังหายไป
  • ถ้ามีอาการปวดเอว  ปวดหลัง  นอกจากออกกำลังกายด้วยท่าที่ 1, 3 และ 4 แล้ว  ควรใช้น้ำมันนวดคุณภาพดีนวดคลึงเบาๆ บริเวณที่ปวดราว 1 นาที  จนกว่าน้ำมันนวดจะซึมเข้าผิวหนังหมด  ควรนวดวันละ 2-3 ครั้ง

ท่าที่ 3บริเวณเอวให้มีกำลัง  แก้หลังโกง  หลังค่อม

จำนวนครั้ง  ฝึกได้ตามกำลังของแต่ละบุคคล  อาจเริ่มจากวันละ 3-5 ครั้ง  แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 18 ครั้ง

  1. ท่าเตรียม  นอนหงาย  มือวางราบข้างลำตัว
  2. หายใจเข้าช้าๆ พร้อมกับยกศีรษะและขาทั้ง 2 ข้างขึ้น
  3. ใช้กำลังสะโพกส่งให้ขาทั้ง 2 ข้างยกสูงขึ้นไปทางศีรษะ (ส่วนหลังอาจพ้นจากพื้นเล็กน้อย) กลั้นลมหายใจ 3-5 วินาที (จะรู้สึกว่าหน้าท้องเกร็ง)
  4. ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ค่อยๆลดศีรษะและขาลงกลับสู่จังหวะที่ 1 หยุดพัก 5 วินาทีแล้วเริ่มฝึกใหม่

หมออู๋อธิบาย

  • การปวดเอวเป็นการแสดงให้ทราบว่าไตมีปัญหา  ไตเป็นบ่อเกิดของชี่และพลัง  การเสริมประสิทธิภาพของไตจะทำให้มีกำลังวังชาและสดชื่น  ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น  ทำให้เซลล์ตื่นตัว
  • ทำไมคนสูงอายุเวลาเดินจึงหลังค่อมหลังโกง  สาเหตุสำคัญก็เพราะเอวไม่มีพลัง  จึงควรบริหารท่านี้ทุกวัน  เพื่อดัดให้หลังตรง  เอวมีกำลัง  จะช่วยอาการหลังค่อมและหลังโกงได้

ท่าที่ 4กระตุ้นการเผ่าผลาญ  เสริมความแข็งแกร่งของกระดูกและเส้นเอ็น

จำนวนครั้ง  ฝึกได้ตามกำลังของแต่ละบุคคล  อาจเริ่มจากวันละ 3-5 ครั้ง  ค่อยๆฝึกจนกว่าจะทำได้ 5-12 ครั้ง

  1. ท่าเตรียม  นั่งกับพื้น  ขาเหยียดตรง  มือทั้ง 2 ข้างพยายามยืดไปจับนิ้วเท้า
  2. หายใจเข้าช้าๆ พร้อมกับเอนตัวไปข้างหลัง (ค่อยๆ ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น)
  3. ล้มตัวลงด้านหลัง  แขนชูเหนือศีรษะ  ออกแรงยกขาและสะโพกขึ้นให้แผ่นหลังพ้นจากพื้น  (จนกว่ามือจะแตะพื้น)  กลั้นลมหายใจ 3-5 วินาที
  4. ขณะเหวี่ยงตัวล้มไปด้านหลังจนขาพ้นจากพื้น  แขนทั้ง 2 ข้างต้องเหยียดตรง  (หลังมือแตะพื้นได้  พยายามกดขาลงมาทางศีรษะ)  หายใจออกช้าๆ กลับสู่ท่าเตรียม  หยุดพัก 3-5 วินาที  ค่อยฝึกต่อ

หมออู๋อธิบาย

  • การบริหารท่านี้อย่าลืมกลั้นหายใจ 3-5 วินาที  เพื่อให้ร่างกายมีเวลาขับคาร์บอนไดออกไซด์และดูดซับออกซิเจน  ทำให้เลือดดำเปลี่ยนเป็นเลือดแดงอย่างรวดเร็ว  (เลือดดำแสดงว่าร่างกายขาดออกซิเจน  เลือดแดงแสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่)  กระบวนกานเผ่าผลาญของร่างกายจะดีขึ้น
  • ผู้ที่เอวค่อนข้างแข็ง  เอื้อมมือจับนิ้วเท้าไม่ถึงก็ไม่เป็นไร  ค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ จะทำให้กระดูกและเอ็นยืดหยุ่นได้เอง
  • หลักสำคัญของท่านี้คือ  ต้องอาศัยกำลังแขนและขาทำให้ร่างกายหกหน้าหกหลังได้เหมือนตุ๊กตาล้มลุก  ทำให้เอวแข็งแรงและฟื้นฟูสมรรถภาพของไต  ทำให้กระดูดและเอวแข็งแรง

ท่าที่ 5กระตุ้นกระดูกก้นกบ  ปรับระบบภูมิคุ้มกัน

จำนวนครั้ง  ทำซ้ำ 9-36 ครั้ง  (ยิ่งฝึกมากยิ่งดี  แต่ไม่ต้องฝืนทำ)

  1. ท่าเตรียม  นั่งขัดสมาธิกับพื้น  มือทั้ง 2 ข้าง  วางบนเข่า (ขาขวาทับขาซ้ายหรือขาซ้ายทับขาขวาก็ได้)
  2. ยืดเอวให้ตรง  มือซ้ายวางไว้ที่สะดือ
  3. มือขวาทับมือซ้าย  ฝึกการหายใจให้ถูกต้องก่อน (วิธีหายใจที่ถูกต้อง  สูดลมหายใจเข้าท้องเล็กน้อย (จุดตันเถียน) (การหายใจเข้าต้องเร็ว  ให้อากาศเข้าไปเต็มท้องจนท้องป่อง)  กลั้นหายใจไว้ 3-5 วินาที  แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออก  (เพื่อให้เซลล์มีเวลาดูดซับออกซิเจน)
  4. ส่ายกระดูกก้นกบไปทางซ้าย-ขวา  พลางหายใจเข้า  กลั้นหายใจ  หายใจออก (ห้ามหยุดส่าย) (ถ้าทำได้ถูกต้อง  จุดตันเถียนจะแผ่ความร้อนออกมา  และไหลตามเลือดไปทั่วร่างกาย  เมื่อทำเสร็จ  หน้าจะแดงขึ้นเล็กน้อย)

หมออู๋อธิบาย

  • ขณะส่าย  ให้ส่ายด้วยกระดูกก้นกบ  ไม่ใช่สะโพก  ถ้าเป็นคนกระดูกก้นกบสั้นอาจต้องขยับตัวลงอีก  ท่านี้ต้องให้กระดูกก้นกบสัมผัสพื้นจึงจะได้ผล
  • ความสำคัญของท่านี้คือ  เป็นการกระตุ้นกระดูกก้นกบ  (มีหน้าที่สำคัญคือ  สร้างเม็ดเลือดขาว  น้ำเหลือง  และเม็ดเลือดแดง) เมื่อเรานั่งนาน  ทำให้ระบบการสร้างเม็ดเลือดอุดตัน  เม็ดเลือดแดงกับเม็ดเลือดขาวไม่สมดุล  ถ้าเม็ดเลือดขาวมากเกินไปจะเป็นโรคโลหิตจาง  ถ้าน้อยเกินไปจะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง  เป็นหวัดได้ง่าย  เป็นมะเร็งเม็ดเลือดง่าย  ดังนั้นท่านี้กับท่าที่ 6 ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการรักษาสุขภาพ  ขอแนะนำให้ทุกท่านขยันฝึก

ท่าที่ 6กระตุ้นกระดูกก้นกบ  เพิ่มการสร้างเม็ดเลือด

จำนวนครั้ง  ทำซ้ำ 9-36 ครั้ง

  1. ท่าเตรียม  นั่งขัดสมาธิกับพื้น  มือทั้ง 2 ข้างวางบนเข่า
  2. เตรียมส่ายกระดูกก้นกบด้วยการเอี้ยวตัวครึ่งวงกลม  หันศีรษะซ้ายขวาตามไปด้วย  ผสานกับวิธีหายใจที่ถูกต้อง (วิธีหายใจที่ถูกต้อง  สูดลมหายใจเข้าท้องน้อย(จุดตันเถียน) (การหายใจเข้าต้องเร็ว  ให้อากาศเข้าไปเต็มท้องจนท้องป่อง) กลั้นหายใจไว้ 3-5 วินาที  แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออก(เพื่อให้เซลล์มีเวลาดูดซับออกซิเจน)
  3. ขณะส่ายกระดูกก้นกบ  ต้องหายใจเข้าลึกๆไปด้วย  จนรู้สึกว่าท้องเต็มไปด้วยอากาศ  กลั้นลมหายใจ 3-5 วินาที  แล้วจึงค่อยๆผ่อนลมหายใจออก  (ห้ามหยุดส่าย)
  4. ส่ายช้าๆอย่าเร่งรีบ  สองมือที่วางบนเข่าก็ส่ายไปด้วยตามธรรมชาติไม่ต้องเกร็ง (การส่ายกระดูกก้นกบกับการหายใจต้องสอดคล้องกัน)

หมออู๋อธิบาย

  • ควรฝึกท่านี้พร้อมท่าที่ 5 และ 7 จึงกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การส่ายกระดูกก้นกบจะกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสัญญาณประสาท  เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน    และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  • นวดจุดสะท้อนกระดูกสันหลังและจุดสะท้อนกระดูกก้นกบวันละ 2-3 ครั้งและกินอาหารอินทรีย์ทุกวัน  จะได้ผลดียิ่งขึ้น

ท่าที่ 7เสริมประสิทธิภาพการส่งสัญญาณของประสาท  และปรับระบบภูมิคุ้มกัน

จำนวนครั้ง  ทำซ้ำ 9-36 ครั้ง

  1. ท่าเตรียมนั่งขัดสมาธิกับพื้น  มือทั้ง 2 ข้างวางบนเข่า
  2. ส่ายกระดูกก้นกบไปด้านหน้า-หลัง  ศีรษะขยับขึ้นลงตามธรรมชาติและผสานกับการหายใจที่ถูกต้อง (วิธีหายใจที่ถูกต้อง  สูดลมหายใจเข้าท้องน้อย (จุดตันเถียน) (การหายใจเข้าต้องเร็ว  ให้อากาศเข้าไปเต็มท้องจนท้องป่อง) กลั้นหายใจไว้ 3-5 วินาที  แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออก (เพื่อให้เซลล์มีเวลาดูดซับออกซิเจน)
  3. ขณะส่ายกระดูกก้นกบพร้อมขยับศีรษะขึ้นลงตามธรรมชาติ  และผสานกับวิธีหายใจที่ถูกต้อง  โดยสูดลมหายใจลึกๆ จนรู้สึกว่ามีอากาศเต็มท้องแล้ว  กลั้นหายใจ 3-5 วินาที  แล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆ (ห้ามหยุดส่าย)
  4. ทำช้าๆ อย่าเร่งรีบ  พยายามส่ายกระดูกก้นกบให้เข้ากับจังหวะหายใจและให้มือที่วางบนเข่าทั้ง 2 ข้าง  ส่ายตามไปด้วย

หมออู๋อธิบาย

  • ต้องฝึกท่าที่ 5, 6, และ 7 ในคราวเดียวจึงจะทำให้กลไกการสร้างเม็ดเลือดของกระดูกก้นกบเป็นไปด้วยดี  สร้างเม็ดเลือดขาว  และเม็ดเลือดแดงได้ตามปกติ
  • ท่าที่ 5, 6, และ 7 ล้วนเป็นการปรับสมรรถภาพของกระดูกก้นกบ  ทำให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดตามปกติ  ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและเสริมประสิทธิภาพการส่งสัญญาณประสาท  จึงต้องทำให้ครบทั้ง 3 ท่า  จึงจะได้ผลเต็มที่

ท่าที่ 8 ปรับสมดุลฮอร์โมนเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

จำนวนครั้ง  ทำวันละ 12-18 ครั้งเป็นอย่างน้อย

  1. ท่าเตรียม  นั่งขัดสมาธิกับพื้น  มือทั้ง 2 ข้างวางบนข้อเท้า
  2. หายใจเข้าลึกๆจนสุด  กลั้นหายใจ 3-5 วินาที  ค่อยๆผ่อนลมหายใจออก  พร้อมกับก้มตัวลงจนสุด
  3. หายใจเข้าลึกๆจนสุด  พร้อมกับค่อยๆยกตัวขึ้น (เอวตั้งตรง  เอนตัวไปข้างหน้า) กลั้นหายใจไว้ 3-5 วินาที  กลับสู่ท่าเตรียม
  4. ทำซ้ำตั้งแต่ต้น

หมออู๋อธิบาย

  • จำไว้ว่า  ขณะออกกำลังกายแบบธรรมชาติช่วยชีวิต  จิตใจต้องสงบและว่างเปล่า  ร่างกายทุกส่วนผ่อนคลาย
  • ขณะหายใจออกและก้มตัวไปข้างหน้า  ต้องก้มลงไปให้ต่ำที่สุด  ขณะหายใจเข้าและเอนตัวไปข้างหน้า  ก็ต้องเอนจนกว่าจะเอนไม่ได้  จึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นฝีเย็บทะลวงเส้นลมปราณชงม่ายให้โล่ง

ท่าที่ 9เสริมการไหลเวียนเลือดและปรับเลือดลม

จำนวนครั้ง  ทำข้างละ 36-100 ครั้ง (ยิ่งมากยิ่งดี)

  1. ท่าเตรียม  นอนหงาย  มือวางราบข้างลำตัว  หลับตา
  2. ท่านี้ต้องการขยับร่างกาย   3 ส่วน  คือ  ส่ายสะโพกซ้าย-ขวา (กระดูกก้นกบ) แกว่งเท้าซ้าย-ขวา ส่ายศีรษะไปมา
  3. เริ่มฝึกช้าๆตามสภาพร่างกายแต่ละบุคคล  แล้วค่อยๆเพิ่มความเร็ว
  4. เมื่อทำจบแล้ว  ยังคงนอนหงายและหลับตาไว้  พร้อมกับหายใจตามวิธีที่ถูกต้อง (วิธีหายใจที่ถูกต้อง  สูดลมหายใจเข้าท้องน้อย (จุดตันเถียน)(การหายใจเข้าต้องเร็ว  ให้อากาศเข้าไปเต็มท้องจนท้องป่อง)กลั้นหายใจไว้ 5 วินาทีแล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออก(เพื่อให้เซลล์มีเวลาดูดซับออกซิเจน)

หมออู๋อธิบาย

  • ขณะเริ่มกำหนดการหายใจ  ต้องหายใจเข้าจนหมดลมเข้าถึงท้องน้อย  (จุดตันเถียน) และกลั้นหายใจไว้ 3-5 วินาที  แล้วจึงระบายชี่ที่เสียออกทางลมหายใจออก  จะรู้สึกว่าเหมือนมีมดไต่เข้าสู่ร่างกาย  ทำให้เซลล์ตื่นตัว  การเผาผลาญพลังงานเร็วขึ้น
  • ผู้ที่มีอาการปวดท้องบ่อยๆ ถ้าทำได้แค่ไม่กี่ครั้งก็อย่าฝืนทำต่อ  ค่อยๆฝึกให้เอวมีกำลังร่างกายก็จะค่อยๆดีขึ้น
  • ผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ  ถ้าขยันฝึกท่านี้จะทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ  โดยเฉพาะมีส่วนช่วยลดความอ้วน  ทำให้เซลล์สะอาดและน้ำเหลืองไหลเวียนดี  ทำให้สุขภาพแข็งแรง

ท่าที่ 10 ป้องกันข้อติดและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

จำนวนครั้ง  เริ่มฝึกจาก 9 ครั้งก่อน  ค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น 18 ครั้ง  และหมั่นฝึกเมื่อมีเวลา

  1. นอนหงาย  มือวางราบข้างลำตัว
  2. แหงนหน้าขึ้น  กำมือ (นิ้วทั้ง 4 นิ้วกดหัวแม่มือให้แน่น) พร้อมกับงอนิ้วเท้าทั้ง 2 ข้างลง (พยายามกดปลายเท้าลง)
  3. กางนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วในลักษณะดันขึ้นด้านหลังมือ  (พยายามออกแรงให้หลังมืองอไปด้านหลัง) ดึงปลายเท้าเข้าหาตัว
  4. ผ่อนคลายร่างกาย  พัก 3-5 วินาที  แล้วทำซ้ำ

หมออู๋อธิบาย

  • ท่านี้ฝึกประสาทกับท่าที่ 9 ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว
  • ขณะเริ่มฝึกใหม่ๆ ใช้น้ำมันนวดแรงๆที่เท้า  น่อง  สะโพก  และนิ้วเท้าทุกนิ้ว  แล้วค่อยเริ่มฝึก  เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดจากตะคริว
  • ท่านี้กระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ปลายหลอดเลือดฝอย  ผู้ที่นั่งนานๆ ขาดการออกกำลังกายมือเท้าเย็น  และข้อมือโค้งเข้าด้านใน  เพราะใช้แป้นพิมพ์มากเกินไป  ฝึกแล้วอาการจะดีขึ้น
  • การบริหารข้อนิ้วมือนิ้วเท้าอย่างสม่ำเสมอ  นอกจากจะทำให้เส้นลมปราณโล่ง  ป้องกันข้อติดแล้ว  ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกาย  ป้องกันไม่ให้นิ้วเท้าคดงอผิดรูป

ท่าที่ 11ชะลออาการเข่าเสื่อมปรับความดันโลหิตให้สมดุล

จำนวนครั้ง  เริ่มฝึกใหม่ๆทำ 9 ครั้ง  ค่อยๆเพิ่มเป็น 18 ครั้ง  หมั่นฝึกเมื่อมีเวลา

  1. ท่าเตรียม  นอนหงาย  มือวางราบข้างลำตัว
  2. ยกเท้าทั้ง 2 ข้างขึ้น  ทำท่าเดียวกับถีบจักรยาน
  3. เท้าทั้ง 2 ข้างค่อยๆถีบขึ้น  (ทำเป็นวงเหมือนถีบจักรยาน)
  4. เท้าทั้ง 2 ข้างค่อยๆถีบลง  (ทำเป็นวงเหมือนถีบจักรยาน)

หมออู๋อธิบาย

  • ถ้าบริหารถ้านี้ประสาทกับท่าที่ 9 จะช่วยให้ความดันโลหิตสมดุล  เป็นวิธีที่ปลอดภัยและปราศจากผลข้างเคียง
  • ก่อนฝึกท่านี้  อาจใช้น้ำมันนวดคุณภาพดีทาบริเวณหัวเข่า  นวดแรงปานกลางจนกระทั้งน้ำมันนวดซึมเข้าผิวหนัง  แล้วจึงเริ่มฝึก

ท่าที่ 12 เพิ่มกำลังวังชาและความกระปรี้กระเปร่า

จำนวนครั้ง  หันซ้ายขวาสลับกัน 18-36 ครั้ง (ยิ่งมากยิ่งดี)

  1. ท่าเตรียม  ยืนแยกเท้าออกเสมอความกว้างของไหล่  ปล่อยร่างกายทุกส่วนตามสบาย
  2. เอี้ยวตัวไปข้างขวา  มือและศีรษะบิดไปทางเดียวกับลำตัว
  3. เอี้ยวตัวไปทางซ้าย  มือและศีรษะบิดไปทางเดียวกับลำตัว

หมออู๋อธิบาย

  • ท่านี้เป็นท่าพื้นฐานของการอบอุ่นร่างกาย  เมื่อเริ่มฝึก  ควรเอี้ยวตัวซ้ายขวาเพียงเล็กน้อยแล้วค่อยๆเอี้ยวมากขึ้นตามสภาพร่างกายของตน (โปรดจำไว้ว่า  ขณะเอี้ยวตัวเท้าทั้ง 2 ข้างต้องอยู่กับที่)
  • เมื่อเริ่มฝึก  อาจเอี้ยวตัวได้ไม่มากก็ไม่เป็นไร  คอยฝึกอย่างสม่ำเสมอ  ร่างกายจะค่อยๆยืดหยุ่นมากขึ้น
  • เมื่อรู้สึกอ่อนล้ามาก  ควรทำท่านี้  เพราะให้ผลเหมือนชาร์ตแบตเตอรี่  เพิ่มพลังงานและเรี่ยวแรงได้  ช่วยให้เลือดลมดี

ท่าที่ 13ปวดหลัง  และไหล่ติด

จำนวนครั้ง  ฝึกซ้ำวันละ 18-36 ครั้ง

  1. ท่าเตรียม  ยืนแยกเท้าออกเสมอความกว้างของไหล่
  2. หายใจเข้าช้าๆ (ขมิบก้นไปด้วย) แขนทั้ง 2 ข้างสูงขึ้น (เท้าอยู่กับที่)
  3. หงายตัวไปด้านหลัง  (หงายได้มากน้อยเพียงใดให้กำหนดเองตามสภาพร่างกาย)
  4. ผ่อนลมหายใจออกช้าๆก้มตัวลง (คลายก้นที่ขมิบไว้) แขนทั้ง 2 ข้างห้อยลงตามธรรมชาติ (ผ่านหว่างขา)

หมออู่อธิบาย

  • กายบริหารท่านี้  ขณะหงายตัวไปข้างหลังให้ทำช้าๆ ยิ่งช้ายิ่งดีเพื่อป้องกันการหกล้มหรือเอวเคล็ด  เมื่อเริ่มฝึก  ควรทำช้าๆตามสภาพร่างกาย  อย่าฝืนหรือดึงดันทำให้ได้ในคราวเดียว
  • ท่านี้ช่วยให้เส้นลมปราณโปร่งโล่ง  ผ่อนคลายไหล่ติด  บรรเทาปวดหลัง  ปวดเอว  และอาจทำให้อวัยวะภายในที่หย่อนคล้อยกลับคืนสู่สภาพปกติ  ส่วนผู้ที่หลังค่อมก็อาจค่อยๆดีขึ้น
  • ใช้น้ำมันนวดนวดจะช่วยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

ท่าที่ 14ปรับระบบภูมิคุ้มกัน  กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง

จำนวนครั้ง  ฝึกซ้ำ 9-36 ครั้ง  ค่อยๆเพิ่มจนถึง 60 ครั้งขึ้นไปจะดีต่อสุขภาพมาก

  1. ท่าเตรียม  ยืนแยกเท้าออกเสมอความกว้างของไหล่
  2. เขย่งปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง  ร่างกายทุกส่วนผ่อนคลาย
  3. กระโดดให้พ้นจากพื้นเล็กน้อยแล้วจึงค่อยๆกระโดดให้สูงขึ้น
  4. เมื่อฝึกทุกวันไประยะหนึ่งจะกระโดดได้สูงยิ่งขึ้น

หมออู๋อธิบาย

  • การบริหารท่านี้ดูเหมือนไม่ยาก  แต่ความจริงแล้วทำไม่ง่ายนัก  คนทั่วไปทำได้ 36 ครั้ง ก็น่าชมเชยแล้ว  ดังนั้นขณะฝึกจึงไม่ต้องรีบร้อน  ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า  แต่ต้องกระโดดให้ได้ 60 ครั้งขึ้นไปจึงจะช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองได้
  • ไม่ว่าคนเราจะเคลื่อนไหวอย่างไร  ก็ไม่สามารถทำให้การไหลเวียนอย่างเชื่องช้าของน้ำเหลืองเกิดการเปลี่ยนแปลงได้  เพราะมันมีขนาดเล็กมาก  และในท่อน้ำเหลืองมีปุ่มน้ำเหลืองอยู่เป็นระยะจึงไม่ถูกกระทบกระเทือนจากแรงโน้มถ่วง  น้ำเหลืองไม่สามารถไหลเวียนอย่างรวดเร็วได้เหมือนกระแสเลือด  ดังนั้นเมื่อท่อน้ำเหลืองอุดตันก็จะเป็นมะเร็งได้ง่าย  ดังนั้นจึงอาศัยกายบริหารท่านี้มาทำให้แรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเพื่อให้การไหลเวียนของน้ำเหลืองคล่องตัว  น้ำเหลืองไหลเวียนเร็วขึ้น  เสริมความเข้มแข็งของระบบภูมิคุ้มกัน  (ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น)  ช่วยให้กล้ามเนื้อขายืดหยุ่นและป้องกันการเป็นตะคริว
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Incoming search terms:

  • หมออู๋ ส่ายกระดูกก้นกบ
  • ออกกำลังกายให้เลือดไหลเวียนดี

Comments are closed.