วิธีทานยาหลังอาหาร

มาถึงเรื่องของการรับประทานยาหลังอาหารซึ่งเป็นเรื่องง่ายกว่าโดยทั่วไปแล้วถ้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการคงตัวของตัวยาหรือการดูดซึมตัวยาในทางเดินอาหารแล้ว  แพทย์จะให้รับประทานยาหลังอาหารครับ  เพราะโอกาสที่เราจะลืมรับประทานยานั้นน้อยกว่า  ซึ่งตามหลักการแล้วเขาบอกว่าให้รับประทานยาหลังอาหาร 15 นาที

ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยเหตุผลหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่า  คนที่กำลังไม่สบายมีโอกาสคลื่นไส้อาเจียนหลังจากรับประทานอาหาร  ฉะนั้นรอสักพักหนึ่งค่อยรับประทานยาเพื่อดูว่าไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน  เพราะว่าเดียวคลื่นไส้อาเจียนแล้ว  ยาอาจจะออกมาด้วย

แต่ว่าโดยทั่วไปแล้วถ้าไม่มีภาวะเช่นนั้น  การรับประทานยาหลังอาหารคือ  เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็รับประทานยาได้เลย  อันนี้ก็เพื่อป้องกันการลืมด้วย  แต่บางกรณีที่ฉลากอาจเขียนระบุอย่างชัดเจนว่าให้ “รับประทานยาพร้อมอาหาร”  หรือ “รับประทานหลังอาหารทันที” ในกรณีก็มีความหมายเป็นนัยเช่นกัน

การรับประทานหลังอาหารทันทีหมายความว่า  เมื่อรับประทานข้าวแล้ววางช้อนเสร็จก็ให้รับประทานยาตามเลย  หรืออาจจะรับประทานข้าวไประยะหนึ่ง  อาจจะสักครึ่งหนึ่งแล้วรับประทานยา  จากนั้นก็รับประทานอาหารต่อ  ไม่ได้มีความหมายว่าให้นำยามาคลุกกับข้าวแล้วรับประทาน  ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ

ยากลุ่มที่ต้องรับประทานหลังอาหารทันที  หรือให้รับประทานพร้อมอาหาร  ถามว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น?  อย่างหนึ่งเลยเนื่องจากยาเหล่านี้เนี่ยอาจจะมีฤทธิ์ในการทำให้ระคายเคือง  หรือเขาเรียกว่า  “ไปไซร้ท้อง”  ทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้

เพราะฉะนั้นการรับประทานยาหลังอาหารทันทีจะป้องกันการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร  โดยอาหารจะเหมือนเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ยาสัมผัสกับทางเดินอาหารโดยตรงที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

การรับประทานยาก่อนนอน  ก็ให้ความหมายที่เข้าใจได้ง่ายว่า  ให้รับประทานยาก่อนนอนตอนกลางคืนเพียงครั้งเดียว  ไม่ใช่รับประทานยาทุกครั้งที่นอน  เกิดจะนอนกลางวัน  ไม่ได้แปลว่าต้องรับประทานยาอีกหนึ่งครั้งตอนกลางวันนะครับ  คราวนี้สำหรับคนที่ทำงานเป็นกะอาจจะเกิดปัญหาว่าจะรับประทานยาอย่างไรดี

ในกรณีนี้ผมอยากให้คนที่ทำงานเป็นกะหรือนอนไม่เป็นเวลาเนื่องจากอาชีพให้ปรึกษาแพทย์เป็นรายๆ ไป  ว่ายาชนิดนี้ที่บอกให้รับประทานก่อนนอนนั้น  เพื่อให้เหมาะสมกับกิจวัตรของตนเองหรืออาชีพที่ทำอยู่ว่าเราควรรับประทานยาอย่างไร

คราวนี้มาในเรื่องของยาอีกกลุ่มนึง  เรื่องของยาเมารถเมาเรือยากลุ่มนี้บอกให้รับประทานยาก่อนที่จะเดินทางครึ่งชั่วโมง  ไม่ว่าคุณจะขึ้นรถ  ลงเรือ  หรืนั่งเครื่องบินก็ตาม  ขอให้เป็นที่เข้าใจว่า  ให้รับประทานยาก่อนที่ล้อจะหมุน  เครื่องจะออก  หรือเรือจะแล่น 30 นาทีนะครับ

ถ้ารับประทานหลังจากนั้นหรือรับประทานตอนที่รถออกไปแล้ว  บางทียาอาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร  และยาตัวนี้อาจจะต้องรับประทานซ้ำทุก 4-6 ชั่งโมงเมื่อยังไม่ถึงปลายทาง

ยาในกลุ่มนี้มักทำให้ง่วงซึม  ยกตัวอย่างที่ใช้กันบ่อย  เช่น  ไดเฟนไฮดรามีน  ขนาด 50 มิลลิกรัม เพราะฉะนั้นคนที่รับประทานยาแก้เมารถเมาเรือไม่ควรขับรถ  ขับเรือ  ขับเครื่องบิน!  หรือทำงานกับเครื่องจักรและในที่สูง

      ยาอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาบอกว่าให้รับประทานวันละครั้ง  ผมเคยเจอในบางเคสเหมือนกันที่ต้องรับประทานยาวันละครั้ง  แต่ว่าไม่ได้รับประทานตรงกันทุกวันหรอ  บางวันก็รับประทานเย็น  บางวันก็รับประทานเช้า  ลองไปคิดตามผมนะครับ  ยาบางตัวสามารถที่จะควบคุ้มอาการหรือให้ผลการรักษาเมื่อระดับยาในเลือดหรือในร่างกายคงที่

ถ้าเกิดรับประทานในตอนเย็นแล้วลุกขึ้นมารับประทานในตอนเช้า  จากเย็นถึงเช้าถ้าประมาณคร่าวๆ ก็แค่ 12 ชั่วโมง จริงๆ  แล้วยาถูกออกแบบมาให้รับประทานทุก 24 ชั่วโมง  อย่างนี้เป็นต้น  หรือในกรณีที่รับประทานยาปั๊บ  แทนที่จะรับประทานในเช้าอีกวันดันรับประทานเย็นอีกวันเลย  อันนี้ก็กลายเป็น 36 ชั่วโมง  ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นอยากให้รักษามื้อการรับประทานครับ  ตัดสินใจไปเลยว่ามื้อไหนก็มื้อนั้นสำหรับการรับประทานยาวันละหนึ่งครั้ง  เพราะว่าโดยทั่วไปเขาคงไม่ได้เขียนว่าให้รับประทานทุก 24 ชั่วโมงครับ

คราวนี้้อีกประเด็นหนึ่งคือ  การที่เราต้องรับประทานยาหลังอาหารทุก 8 ชั่วโมง

ซึ่งเรื่องนี้ผมจะคุยให้ฟังในเรื่องของยาปฏิชีวนะ  เพราะยาปฏิชีวนะบางตัวให้รับประทานยาทุก 8 ชั่วโมง ก็คือวันละ 3 ครั้ง ทุก 8 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ  แล้วก็เป็นอะไรที่ทำยากเหมือนกันนะครับ  เพราะทุกๆ 8 ชั่วโมง เนี่ยมันไม่ได้ลงมื้ออาหารที่ทำให้เราจำได้

แต่ยากจะบอกให้ทราบว่า  ทุก 8 ชั่วโมงมันไม่เหมือนกับการกินยา เช้า กลางวัน เย็น เนื่องจากเช้า กลางวัน เย็น  ห่างกันโดยประมาณ 6 ชั่วโมงแต่ว่าทุก 6 ชั่วโมงนั้น  พอมื้อเย็นไปถึงมื้อเช้าอีกวันมันก็กลายเป็น 12 ชั่วโมง

ซึ้งระดับยาในร่างกาย  (ระดับยาในเลือด)  บางครั้งมันต่ำลงไปมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยาปฏิชีวนะหรือยารักษาโรคติดเชื่อแบคทีเรียบางชนิดที่ต้องรักษาระดับยาเพื่อให้เชื้อมันไม่เติบโตกลับขึ้นมาทำร้ายเราอีก

ยาที่รับประทานวันละ  3  ครั้งทุกๆ 8 ชั่วโมง  โดยทั่วไปยาในกลุ่มนี้จะไม่มีความสัมพันธ์ว่าจะต้องกินยาก่อนหรือหลังอาหาร  เรามักจะกินเวลาเช้า  1  ครั้งตอนตื่นนอน  (ประมาณหกโมง-เจ็ดโมงเช้า)  บ่ายๆอีกหนึ่งครั้ง    (ประมาณบ่ายสอง-บ่ายสาม)  และก่อนที่จะนอนอีกหนึ่งครั้ง  (ประมาณสาม-สี่ทุ่ม)  ก็จะมีระยะห่างประมาณทุก 8  ชั่วโมง  ส่วนยาบางกลุ่มที่รับประทานทุก  12 ชั่วโมง  ก็ตรงไปตรงมานะครับเช้าครั้ง  เย็นครั้ง  นั่นก็คงจะเป็นเรื่องง่ายๆ

คราวนี้อีกประเด็นหนึ่ง  พอพูดถึงเวลาก็จะพูดถึงยาอีกตัวหนึ่งที่มักเป็นปัญหา  และในปัจจุบันมีการใช้ยามากขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยจะใช้เวลาท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษ  ก็คือ  Activated  Charcoal  หรือชอบเรียกกันติดปากว่า  “ยาถ่าน”  เจ้า  Activated  Charcoal  เนี่ยนะครับตัวยาของมันทำหน้าที่ในการดูดซับสารพิษ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราอาหารเป็นพิษ  ในเมื่อมันมีฤทธิ์ดูดซับเพราะฉะนั้นมันซับทุกอย่างที่เรากินเข้าไป  รวมทั้งยาตัวอื่นๆ  ด้วย

เช่น  ถ้าเรารับประทานยา  Activated  Charcoal  รวมกับยาตัวอื่นพร้อมกัน  ยาตัวอื่นอาจจะไม่ทันได้ออกฤทธิ์ครับ  เพราะถูกซับอยู่บนผงถ่านหมดแล้วก็ขับถ่ายไปกับอุจจาระ  เพราะฉะนั้นอาจจะทำให้เราไม่ได้รับผลการรักษาจากยาตัวนั้น  โดยทั่วไปเราต้องรับประทานยาอื่นๆ  ห่างจากยา  Activated  Charcoal  ประมาณ 2-3 ชั่วโมงไม่ว่าก่อนหรือหลังนะครับ

คราวนี้เมื่อพูดถึงการรับประทานยาให้ถูกเวลา  จะต้องพูดถึงว่าควรรับประทานยานานแค่ไหน?  เพราะยาแต่ละตัวรับประทานไม่เหมือนกัน  ยาบางชนิดรับประทานเฉพาะเมื่อมีอาการ  ไม่ต้องรับประทานติดต่อกัน  เช่น  ยาแก้ปวดศีรษะ  ในกรณีของพาราเซตตามอล  เป็นต้น

เมื่อเราปวดศีรษะ  เราก็รับประทานเฉพาะเวลาปวดศีรษะหรือมีไข้  ถ้าเราไม่มีอาการดังกล่าวเราก็ไม่รับประทาน  หรือกรณีของยาลดน้ำมูกก็เช่นกัน

เพราะฉะนั้นเราต้องทราบนะครับว่าเราต้องรับประทานยานานแค่ไหน  หรือในกรณีของยาที่ต้องรับประทานติดต่อกันทุกวันจนหมด  อย่างเช่น  ยาปฏิชีวนะ  อันนี้เราพูดกันบ่อยแล้วว่ายาตัวนี้เนี่ยจะต้องรับประทานติดต่อกันทุกวันจนหมด

ยาบางชนิด  หมดแล้วก็ต้องไปมารับประทานต่อ  รับประทานจนกว่าเราจะหมดชีวิต  คือต้องรับประทานยาตลอดชีวิตนั้นเองเพราะโรคบางโรคหรือความผิดปกติบางอย่างต้องรับประทานยาตลอดชีวิตเพื่อควบคุมอาการ  เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งสำคัญว่ายาแต่ละชนิดนั้นเราจะต้องรับประทานนานแค่ไหน  รับประทานเมื่อมีอาการรับประทาน  3 วัน  7 วัน  รับประทานจนกว่าจะหมด  หรือรับประทานตลอดชีวิต  เราต้องศึกษาให้ดีครับ…

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)