ยาตีกัน ภาค 3

คราวนี้อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมอยากเล่าให้ฟังคือเรื่องของยากับโรคประจำตัว  ผมว่าถ้าเราเคยอ่านฉลากยาดีๆ  เราจะเห็นว่าฉลากยาหลายฉลากเลยมีคำเตือนและข้อควรระวังสำหรับโรคบางโรค  เช่น  ยาสูตร  ออร์เฟนาดรีน  ซิเตรทกับพาราเซตามอลเนี่ยในข้อควรระวังจะเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า

ชื่อและความแรงของตัวยาสำคัญ

ใน  1  เม็ดประกอบด้วย  :

Orphenadrine  citrae  35  mg  และ  Paracetamol 450 mg

ข้อบ่งใช้  :  ใช้บรรเทาอาการปวดศีรษะจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ  อาการปวดบริเวณท้ายทอยรวมกับการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอ  อาการปวดเนื่องจากการอักเสบเฉียบพลันตามลำตัวและแขนขา  เช่น  เคล็ด  ยอก  Whiplash  lnjuries  กล้ามเนื้อที่คอมีการเกร็งตัวชนิด  Torticollis  หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน

ขนาดยาที่แนะนำ  :  รับประทานครั้งละ 2 เม็ด  วันละ 3 ครั้งหรือตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

      คำเตือนและข้อระวัง  :

1.ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลากหรือเอกสารกำกับยาจะทำให้เป็นพิษต่อตับได้  และไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน  5  วัน

2.ที่เป็นโรคตับ  โรคไต  ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้

3.ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มาก  แจ้งแพทย์  หรือเภสัชกรของท่านให้ทราบก่อนใช้ยานี้(ทั้งParacetamol  และแอลกอฮอล์สามารถทำอันตรายต่อตับได้)

4.ห้ามใช้ยาร่วมกับยาตัวอื่นที่มี  Paracetamol   เป็นส่วนประกอบ  นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์  หรือเภสัชกร

หรือว่าในยาคุมกำเนิดหลายประเภทเลยจะมีคำเตือนว่า  ห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดอุดตันและโรคตับ  ไม่ควรใช้กับสตรีที่มีความเสี่ยงกับการเกิดหลอดเลือดอุดตัน  เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือข้อมูลเบื้องต้นบางอย่างที่เราสามารถจะดูแลตนเองได้ด้วยการอ่านฉลากให้ชัดเจน  แล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้ปลอดภัย

ถึงประเด็นที่บางคนสงสัยว่า  น้ำผลไม้มีปัญหาด้วยหรือ?  มีปัญหาครับ  ผมยกตัวอย่างอันหนึ่งอาจจะไม่คุ้นหู  ตัวอย่างหนึ่งที่อเมริกาให้ความระมัดระวังมาก  ก็คือน้ำผลไม้ที่ชื่อว่าเกรปฟรุต  (Grapfruit  Juice)  ซึ้งมีผลไปยับยั้งการทำลายยาหลายชนิด  เพราฉะนั้นทำให้เกิดการสะสมของยาและบางทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

คราวนี้ประเด็นที่ว่า  “แล้วจะทำอย่างไรดีไม่ให้ยาตีกัน?”  เป็นสิ่งที่ง่ายมากนะครับ  เมื่อเราพบแพทย์หรือเภสัชกรกรุณาบอกเล่าหรือนำยาทุกชนิดที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันไปด้วย  และให้รวมถึงวิตามิน  สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ  เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจึงส่งเสริมการใช้  “สมุดบันทึกยา”  โดยคอนเซ็ปต์แล้วสมุดบันทึกยาก็คือการบันทึกยา  โดยมีรายละเอียดว่าชื่อยาอะไรขนาดความแรงเท่าไร  วิธีรับประทาน  วิธีใช้ใช้อย่างไร  เพื่อรักษาอาการอะไร  ได้รับยาชนิดนี้มาเมื่อไร  ใครเป็นผู้สั่งจ่ายบันทึกไว้ให้หมดเลยนะครับ

แล้วบันทึกนี้เราก็ติดตัวไว้  เวลาจะไปพบแพทย์หรือเภสัชกรก็ยื่นให้เขาดูว่า  ปัจจุบันเรามีการใช้ยาอะไรแบบนี้อยู่และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ  อ่านชื่อสามัญทางยาทุกครั้งเมื่อต้องใช้ยาเพื่อป้องกันการได้รับยาซ้ำซ้อน

ส่วนประกอบ

1 เม็ด  ประกอบด้วย

ทรามาดอล  ไฮโดรคลอไรด์        37.5   มก.

พาราเซตามอล                             325  มก.

จำนวน  30  เม็ด

ในยา 1 เม็ด  ประกอบด้วย  :

คลอร์เฟนิรามีน  มาลีเอต              4.0   มก.

ฟีนิลเอฟฟรีน  ไฮไดรคลอไรด์     10.0  มก.

ใช้สำหรับ  บรรเทาหวัดและอาการคัดจมูก

เก็บในที่แห้ง

อุณหภูมิไม่เกิน  องศาเซลเซียส

พ้นจากแสงแดดและความร้อน

ในยา  1  เม็ด  ประกอบด้วย

พาราเซตามอล                           500   มก.

คลอร์แฟนิรามีน  มาลีเอต         2  มก.

ข้อบ่งใช้  บรรเทาหวัดที่มีอาการคัดจมูก  น้ำมูกไหล  ปวดศีรษะ  และเป็นไข้

วิธีใช้  ผู้ใหญ่  รับประทานครั้งละ  1-2  เม็ด  ทุก  4-6  ชั่วโมง

เด็กอายุ  6-12  ปี  รับประทานครั้งละ  1  เม็ด  4-6  ชั่วโมง

ต้องอ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้ยาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด  ไม่ซื้อยา  สมุนไพร  หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพมารับประทานด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร…ขอบคุณครับ

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)