ยาตีกัน ภาค 1

ยาตีกันเป็นอันตรายที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างยาตั้งแต่  2  ชนิดขึ้นไป  รวมทั้งปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้นจากยากับอาหาร  เครื่องดื่ม  สมุนไพร  ผลิตภัณฑ์สุขภาพ  แอลกอฮอล์  หรือแม้กระทั่งการสูบบุหรี่  ทำให้การออกฤทธิ์ของยานั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  เช่น  ยาดูดซึมได้น้อยลง  ยาถูกกำจัดออกได้ลดลง  หรืออาจจะกระทบต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงยาในร่างกาย  เป็นต้น

      ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษานั้นน้อยลง  หรือรักษาไม่ได้ผล  เกิดอาการไม่พึงประสงค์มากขึ้น  หรืออาจเกิดอันตรายจากพิษที่เกิดขึ้นได้  จริงๆ  แล้วคำว่ายาตีกัน  บางทีอาจจะเรียกว่า  “การเกิดปฏิกิริยากันระหว่างยา”  ก็ได้

ทีนี้สาเหตุเกิดจากอะไร?  ประการแรก  เมื่อเรารับประทานยามากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไปก็มีโอกาสที่ยาจะเกิดปฏิกิริยาต่อกันได้แล้ว

พูดง่ายๆ  ก็คือ  อาจจะทำให้ยาตัวหนึ่งมีผลข้างเคียงกันมากขึ้นหรือทำให้ตัวหนึ่งลดฤทธิ์ลงไปได้  จริงๆ  แล้วคำว่ายาตีกันเนี่ยไม่อยากให้จำกัดแค่ยากับยาทำปฏิกิริยากัน  อยากให้รวมไปถึงยาทำปฏิกิริยากับอาหารที่เรารับประทานแล้วทำให้ยาตัวนั้นออกฤทธิ์ไม่ได้หรือออกฤทธิ์น้อยลง  รวมทั้งเครื่องดื่ม  สมุนไพร  ผลิตภัณฑ์สุขภาพไปจนถึงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่เป็นประจำ  เหล่านี้ก็มีผลต่อยาที่เรารับประทานเข้าไปเช่นกัน

โดยอาจจะมีการดูดซึม  ต่อการเปลี่ยนแปลงยา  ต่อการขจัดยา  ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีผลต่อการรักษา  แล้วก็อาจจะทำให้เกิดอาการไม่พึ่งประสงค์หรืออาการข้างเคียงมากขึ้น

คราวนี้ถ้าย้อนกลับไปถามว่า  อ้าว!  แล้วใครที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดยาตีกัน  หากตอบแบบตรงไปตรงมาก็คนที่ใช้ยามากกว่าชนิดหนึ่งขึ้นไปนั่นแหละครับ  กลุ่มคนเหล่านี้อย่างเช่น  ผู้สูงอายุ เป็นต้น  ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเป็นหลายโรคในเวลาเดียวกันถูกไหมครับ  คุณอาจจะไปดูเพิ่มเติมได้ในเรื่องของการใช้ยายามชราบางคนอาจจะมีโรคความดันบวกโรคเบาหวาน  และบางคนอาจจะมีโรคหัวใจบางอย่างเพิ่มขึ้น  บางคนมีโรคความดัน  โรคเบาหวาน  และโรคทางกระดูกอีก  ซึ่งมีความจำเป็นที่จะใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน

รวมถึงบุคคลที่มีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์หลายคน  ก็เพราะมีหลายโรค  ไปหาหมอผิวหนัง  ไปหาหมอความดัน  ไปหาหมอกระดูก  เผลอๆ  หมอทั้งหมดอยู่คนละที่  คนหนึ่งอยู่สุขุมวิท  คนหนึ่งอยู่โรงพยาบาลแถวสาธร  อีกคนอยู่ตรงศาลาแดง  พระรามสี่

แล้วหมอท่านเวลาจะรักษาหรือให้ยา  ก็ไม่ได้ทราบหรอกว่าอีกสองท่านที่อยู่สุขุมวิทและอยู่สาธรใช้ยาอะไรอยู่  เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นประเด็นว่า  “แพทย์ผู้สั่งจ่ายยาไม่ทราบว่าคนไข้ใช้ยาอะไรอยู่”  ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้

บางคนไม่ใช่แค่ยากับยาทำปฏิกิริยากัน  “บางคนใช้ยาซ้ำ”   คำว่าได้ยาซ้ำแปลว่ามีโอกาศจะเกิดพิษของยามากขึ้น  เกิดผลข้างเคียงหรืออันตรายจากยาเพิ่มขึ้น  ในบางกรณีเรามีโรคประจำตัวอยู่ก็รับประทานยาเป็นประจำ  แต่วันดีคืนดีอาจจะเป็นหวัดหรือว่ามีความเจ็บป่วยอะไรบางอย่างเฉพาะเรื่อง  และมีความจำเป็นต้องรักษาในระยะสั้นๆ  การรักษาครั้งใหม่หรือการหายามารับประทาน  ก็มีโอกาสที่จะทำปฏิกิริยากับยาที่รับประทานอยู่แล้วได้เช่นกัน

กรณีของอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สุขภาพหลายอย่าง  บางทีเรากินจนเป็นกิจวัตรประจำวัน  กินตั้งแต่ตอนสาวๆ  ตอนนี้ย่างเข้าวัยหมดประจำเดือน  สิ่งนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว  จนไม่รู้ว่ามันเป็นยาหรือมันเป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา  ซึ่งของเหล่านั้นมันมีผลต่อยาที่รับประทานเข้าไปทั้งสิ้น  อย่าคิดว่าอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพชนิดต่างๆ  จะไม่มีผลต่อร่างกายในแง่ของการเกิดปฏิกิริยากันระหว่างยา  เพราะมีโอกาสทั้งนั้นครับ

สมุนไพรก็เช่นกัน  สามารถที่จะเกิดการตีระหว่างสมุนไพรกับยาที่เรารับประทาน  กระทั่งน้ำผลไม้บางประเภท  อันนี้ฟังดูแล้วคิดว่า  เอ…  จริงหรือ?  จริงครับ  มันมีโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยากับยาที่เรารับประทาน  ทำให้เป็นพิษหรือทำให้หมดฤทธิ์ได้

ระหว่างผู้ที่เดิมแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ  กับผู้ที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่  ร่างกายจะตอบสนองยาไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นเมื่อคนสูบบุหรี่รับประทานยาตัวหนึ่ง  กับคนไม่สูบบุหรี่ที่รับประทานยาตัวเดียวกัน  การบริหารจัดการก็ไม่เหมือนกัน

อีกกรณีหนึ่งคือ  ยาอาจไปทำอันตรายให้กับโรคบางโรคได้คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างไม่ควรใช้ยาบางชนิด  พูดง่ายๆ  ก็คือ  ยากับโรคอาจจะไม่มีปฏิกิริยากันได้  เพราะฉะนั้นผู้ที่กินยาโดยไม่คำนึงถึงโรคประจำตัวต้องระวังพอสมควรนะครับ

คงไม่สามารถยกตัวอย่างได้หมด  ในที่สุดแล้วก็อยากให้ทุกคนตระหนักไว้ว่ามันมีเรื่องนี้อยู่  ที่อาจจะเป็นปัญหาต่อการใช้ยา  เพราะฉะนั้นถ้ามีการใช้ยาให้ไปพบแพทย์หรือเภสัชกร  ก็อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และให้ข้อมูลกับแพทย์และเภสัชกรอย่างครบถ้วนว่าปัจจุบันนี้เราใช้ยาอะไรอยู่  เรามีความเจ็บป่วยอะไรอยู่  กินยาอะไรประจำอยู่  ใช้สมุนไพรอะไรอยู่  ใช้วิตามินอะไรเป็นประจำเพราะเรื่องเล็กๆ  น้อยๆ  บางทีเรามองว่ามันไม่น่าจะเกิดปัญหาแต่จริงๆ  แล้วมันอาจเกิดปัญหาได้

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)