มะเร็งเต้านม ภาค 1

ก่อนที่จะกล่าวถึงมะเร็งเต้านม  เรามาทำความเข้าใจเต้านมกันก่อน

หน้าที่หลักของเต้านมคือการให้นมแก่ทารก  แต่ผู้หญิงส่วนหนึ่งกลับถือว่าเป็นสัญลักษณ์ความงามของเพศหญิง  และละเลยการให้นมทารก  ซึ่งเป็นความสามารถที่สำคัญที่สุด  นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย  เพราะการไม่ให้นมลูกทำให้ผู้หญิงป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น หูส่วนกลางอักเสบ  โรคภูมิแพ้  หอบหืด  เป็นหวัด  และกระเพาะลำไส้ผิดปกติ  ขณะเดียวกันก็มีสตรีจำนวนมากที่วิตกกังวลว่า  การให้นมลูกจะทำให้เต้านมย่อนคล้อยหรือผิดรูปผิดร่าง  กระทบถึงทรวดทรงและความงาม  บ้างถึงกับเข้าใจผิดคิดว่าอาจกระทบต่อสุขภาพของตน เช่น หลอดเลือดในเต้านมแข็งตัว  เนื้องอก  และมะเร็งต่อมน้ำนม  เป็นต้น

ความจริงแล้วในยุคก่อนหน้านี้  ในสตรี 100 คน  ยากที่จะหาผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้สักคน  เพราะการให้นมลูกทำให้แม่ลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม  แต่หลัง ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา  สตรีทุก 14 คน จะมี 1 คน ที่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเต้านม

วงการแพทย์ได้ผลักดัน  “กิจกรรมรณรงค์การป้องกันมะเร็งเต้านม” มาโดยตลอด  ปลูกฝังให้สตรีมีทัศนะการป้องกันมะเร็งเต้านมด้วยคำขวัญ “รู้แต่เนิ่นๆ จะได้รีบรักษา”  แต่อัตราผู้ป่วยกลับไม่ได้ลดลง  แต่ละปีในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 1,200,000 คน หลังผ่านการรักษา  มีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งเต้านมเกือบ  600,000 คน  เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง

ผมมีความเห็นว่า  การตรวจเต้านมด้วยภาพ  MRI และ CT หรือ PET ล้วนไม่สามารถวินิจฉัยได้  100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นเนื้องอกธรรมดาหรือเนื้อร้าย  เพราะก่อนที่เต้านมจะปรากฏก้อนแข็งจะไม่พบร่องรอยใดๆ  แต่เมื่อพบว่าผิดปกติก็ปรากฏวามีก้อนแข็งเสียแล้วที่น่าห่วงคือ  รังสีจากการตรวจอาจสะสมอยู่ในร่างกายยาวนานมาก  และอาจทำให้เซลล์เต้านมกลายเป็นเซลล์มะเร็งในวันข้างหน้าได้

ถ้าตรวจพบก้อนแข็ง  แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจเนื้อเยื่อ  ต่อมาอาจเป็นการผ่าตัดเคมีบำบัด  รังสีบำบัด  แล้วตามด้วยการกระทำ  CT scan, MRI หรือ PET scan  ต่อไปซึ่งอาจเป็นการเพิ่มการสะสมของรังสีแล้วทำให้โรคมะเร็งกำเริบอีก

ผมจึงมีความเห็นว่า  การรณรงค์ด้านสาธารณสุข  “ตรวจพบแต่เนิ่นๆ”  ควรให้ความรู้แก่สตรีถึงการตรวจด้วยตัวเองก่อน  เช่น  ต้องระมัดระวังการใช้ยกทรง (เวลาอยู่บ้านควรให้เต้านมมีโอกาสหายใจพักผ่อนบ้าง  ถ้าไม่สวมใส่ได้ก็ไม่ต้องสวมใส่)  ทุกๆวันขณะอาบน้ำควรนวดเต้านมเพื่อให้เลือดไหลเวียนขณะเดียวกันก็เป็นการตรวจสอบไปในตัวว่ามีความรู้สึกเจ็บปวดหรือผิดปกติหรือไม่  มีสารน้ำคัดหลั่งที่ผิดปกติหรือไม่  บริเวณเต้านมและหัวนมมีรอยบุ๋มหรือไม่  ผิวของเต้านมมีร่องรอยคล้ายเปลือกส้มบวมแดงหรือไม่  ขนาดและลักษณะของเต้านมเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่  สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนตรวจพบได้ด้วยตนเอง มีต่อ ภาค 2

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)