พิชิต โรคเบาหวาน หายขาดได้ด้วยการ ฟื้นฟูตับอ่อน

ในปี 2548 องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคเบาหวาน

เป็นโรคที่อันตรายเทียบเท่าโรคเอดส์ เพราะมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานทั่วโลกถึง 3.2 ล้านคนต่อปี ในขณะที่มีคนตายเพราะโรคเอดส์เพียง 3 ล้านคนเท่านั้น ทั้งๆที่ ” เบาหวาน ” ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดร้ายแรงอันใดทั้งสิ้น อีกทั้งผู้คนก็เกลียดกลัวโรคเอดส์มากกว่าโรคเบาหวานอย่างเปรียบกันมิได้ แต่สุดท้าย… โรคที่คร่าชีวิตคนเรามากกว่า กลับเป็นโรคที่ไม่มีใครประหวั่นพรั่นพรึง

มิเพียงไม่หวาดกลัวเบาหวาน เรายังขยันเพิ่มโรคให้ตัวเองได้ทุกวี่ทุกวัน ด้วยการบริโภคของหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง ทานข้าวขาว ข้าวเหนียว ทานแป้ง ทานขนมปัง โดนัท ไอศครีม และ ฟาสต์ฟูดต่างๆ สารพัดวิธีในการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อตับอ่อนซึ่งมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินเพื่อนำพาน้ำด้อยลงไป ไม่เพียงพอต่อการนำกลูโคสไปให้เซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ จึงมีน้ำตายหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดเป็นปริมาณมาก ซึ่งเป็นภาวะที่พบเจอในผู้ป่วยเบาหวานนั่นเอง

จากพฤติกรรมติดหวานของคนส่วนใหญ่นี่เองที่ทำให้ปริมาณผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติรายงานว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ถึง 285 ล้านคน และจะเพิ่มทวีเป็น 435 ล้านคนในอีกไม่ถึง 30 ปีข้างหน้า สำหรับประเทศไทยมีการสำรวจพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานถึงร้อยล่ะ 6.9 หรือประมาณ 3.5 ล้านคน และมีสถิติการตายด้วยโรคนี้ถึงวันล่ะ 19 คน แต่ตัวเลขที่น่ากลัวกว่าคือ ร้อยล่ะ 40 ของผู้ป่วยเบาหวาน เป็นโรคไตเสื่อม ร้อยล่ะ 50 เป็นโรคปลายประสาทเสื่อม ปวดแสบแขนขา ชาปลายมือปลายเท้า หรือเป็นแผลเปื่อยเรื้อรังจนเท้าเน่า ต้องถูกตัดขา ร้อยล่ะ 80 เสียชีวิตด้วนโรคหัวใจและหลอดเลือด และอีก  2% ตาบอด จนอาจกล่าวได้ว่า … สิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน คือ ความทุกข์ทรมานจากโรคแทรกซ้อน หากใครป่วยแล้ว รักษาไม่หายขาด หรือไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีพอ

นอกจากพฤติกรรมการบริโภคแป้งและน้ำตาลมากจนเป็นที่มาของโรคเบาหวานแล้ว พฤติกรรมอีกประการที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าเป็นสาเหตุหลักของโรคเบาหวานคือ การทานอาหารเช้า หรือ ทานอาหารเช้าหลังช่วงเวลา 07:00 – 09:00 น. เป็นประจำ ซึ่งจะทำให้สมองขาดอาหารไปหล่อเลี้ยง จำเป็นต้องไปดึงน้ำตาลจากส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพราะตับอ่อนขาดสารอาหาร ในที่สุดตับอ่อนก็ทำงานอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อการนำพากูลโคสไปหล่อเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้มีน้ำตาลหลงเหลือในเลือดเป็นจำนวณมาก ก่อเกิดเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

สำหรับแพทย์แผนปัจจุบันแล้วโรคเบาหวานจัดเป็นโรคที่รักษาไม่หาย

ผู้ป่วยต้องกินยาควบคุมน้ำตาลตลอดชีวิต รวมทั้งระมัดระวังในเรื่องการรับประมานอาหาร ลองคิดดูสิ ผู้ป่วย 3.5 ล้านคน จำเป็นต้องทานยาตลอดชีวิต (ทั้งยังมิอาจรับประกันได้ว่าจะปลอดภัยจากโรคแทรกซ้อน) เราต้องใช้ยาปริมาณมากมายมหาศาลเพียงไร แล้วใครกันเล่าที่รับทรัพย์จากภาวการณ์เช่นนี้ ถ้าไม่ใช่บริษัทยา

แต่สำหรับแพทย์ทางเลือก เราเชื่อมั่นว่าสามารถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้ หลากหลายวิธีทางด้วยกัน เช่น บางสายเน้นการปรับอาหารและพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ตลอดจนการบริหารร่างกาย บางสายใช้อาหารเป็นตังหลักในการรักษา และบางกลุ่มก็เน้นทั้งการปรับอาหารและการใช้ยาสมุนไพรควบคู่กัน โดยเฉพราะแพทย์แผนไทยพื้นบ้ายด้วยแล้ว ไม่มีใครหวั่นเกรงต่อโรคเบาหวานแม้แต่น้อย เพราะในตำราของแพทย์แผนไทยโบราณได้บันทึกตำรับยารักษาโรคเบาหวานไว้ไม่น้อยกว่า 30 ตำรับ ประกอบกับพืชสมุนไพรในบ้านเราก็มีมากมายที่มีสรรพคุณต้านเบาหวาน

อย่างไรก็ตาม สมุนไพรที่มีฤทธิ์รักษาเบาหวานให้หายขาดได้กลับมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดซะมากกว่า อีกทั้งสมุนไพรชนิดหนึ่งๆก็อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางคน การรักษาโรคเบาหวาน จึงต้องพิจารณาเป็นรายๆไป ว่าบุคคลใดเหมาะกับตัวยาชนิดไหน

การรักษาโรคเบาหวานโดยใช้สมุนไพรนั้น ยึดหลักการที่ว่า ?

สาเหตุของโรคเบาหวานมาจากตับอ่อนอ่อนแอเนื่องจากทำงานหนักเกินไปนอกจากผู้ป่วยต้องลดการบริโภคอาหารเช้าที่อุดมด้วยแป้งและน้ำตาลเพื่อลดภารของตับอ่อน และพยายามรับประทานอาหารเช้าให้ตรงเวลาเพื่อป้องกันเพื่อป้องกันภาวะตับอ่อนแอแล้ว การฟื้นฟูตับอ่อนให้กลับมาทำงานได้ตามปกติด้วยการบำรุงอาหารให้แก่ตับอ่อนก็คือหัวใจของการรักษาโรคเบาหวานให้หายขาด มิใช่เพียงควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า สารอาหารที่ตับอ่อนต้องการ คือ โครเมี่ยม ดังนั้นการเสริมแร่ธาตุโครเมี่ยมแก่ผู้ป่วยเบาหวานจึงเป็นหนทางในการรักษาโรคเบาหวานให้หายขาด มิใช่เพียงควบคุมระดับน้ำตาลในเลืิดชั่วครั้งชั่วคราวนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า สารอาหารที่ตับอ่อนต้องการ คื โครเมี่ยม ดังนั้นการเสริมแร่ธาตุโครเมี่ยมแก่ผู้ป่วยเบาหวานจึงเป็นหนทางใรการรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังจะเห็นได้จากประเทศไต้หวัน แพทย์มักจะใช้นมผสมโครเมี่ยมรักษาผู้ป่วยเบาหวานแทนการให้ยาควบคุมระดับน้ำตาลจากประสบการณ์ของครอบครัวญาติผมที่เป็นแพทย์แผนไทย ผนวกกับประสบการณ์ของครอบครัวลูกพี่ลูกน้องผมที่เป็นแพทย์แผนไทย ผนวกกับประสบการณ์ของลูกพี่ลูกน้องผมเองที่ได้ดูแลผู้ป่วยมามากมาย ผมพอจะรวบรวมสมุนไพรซึ่งมีโครเมี่ยมสูงเหมาะแก่การใช้บำรุงโรคเบาหวานให้หายขาดได้ 5 ชนิดด้วยกันคือ

 

1.อบเชย

นอกจากอบเชยจะมีธาตุโครเมี่ยมสูง อันเป็นอาหารที่ตับอ่อนต้องการแล้ว ยังมีสารสำคัญอื่นๆ คือ เมธิลไฮดรอกซี่ ซาลโคน โพลิเมอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติและความสามารถในการทำงานคล้ายอินซูลิน จึงเข้าไปทำหน้าที่แทนอินซูลินในการสันดาปกลูโคส มีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง หากรับประทานเป็นประจำจะไม่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทั้งยังปราศจากผลข้างเคียงใดๆต่อร่างกาย

อบเชยสามารถทานได้ 2 แบบ

แบบที่ 1 คือซื้อแท่งอบเชยมาใส่หม้อ ใส่น้ำ ต้มดื่มกินทั้งวัน ถ้าเจือจางก็ใส่อบเชยใหม่เข้าไปอีก … ดื่มเป็นประจำ ทำให้เบาหวานหายขาดได้

แบบที่ 2  สำหรับคนที่ไม่สะดวกในการต้มน้ำอบเชย ก็ให้ทานอบเชยแคปซูลหลังอาหาร (มิฉะนั้นอาจกัดกระเพาะอาหารได้) ถ้าเป็นเบาหวานเล็กน้อยก็ให้ทานเพียง 1 กรัม (1,000 มิลิกรัม] ต่อวัน หากระดับน้ำตาลสูงมาก ก็ทานปริมาณมากขึ้น สามารถทานได้ 3-6 กรัมต่อวัน อบเชยมีความสามารถในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก อาทิเช่น หากผู้ป่วยเบาหวานอดใจไม่ได้เผลอกินทุเรียนเข้าไป ก็ให้ทานอบเชยตามทันที หรือแม้แต่ทานขนมหวานหรืออาหารอย่างอื่นที่มีผลให้น้ำตาลพุ่งสูง ก็ให้คว้าอบเชยมาทาน รับประกันว่าน้ำตาลไม่ขึ้นแน่นอนครับ พึงระลึกไว้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ราว 80% สามารถหายขาดจากเบาหวานได้ด้วยอบเชย ดังนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าป่วยเป็นเบาหวาน ก็ให้ทดลองหาอบเชยมาทานก่อนเป็นอันดับแรก หากทานต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ให้ทดลองสมุนไพรชนิดที่สอง

 

2.ใบมะรุม

ผมพบว่า มีคนในโลกนี้ 10% ที่กินใบมะรุมแล้วหายจากเบาหวาน เพราะนอกจากมีโครเมี่ยมสูงแล้ว ในใบมะรุมยังมีสารออกฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด คือสารกลุ่ม benzylamine 1 อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรทานมะรุมปริมาณมากเกินไป และทานต่อเนื่องยาวนาน เพราะอาจทำให้เกิดพิษในร่างกายได้ หากทานแล้วอาการเบาหวานปรรเทาลงก็ให้เว้นระยะเป็นช่วงๆ จนโรคเบาหวานหายขาดในที่สุด … แต่หากยังไม่ได้ผลก็ให้ทดลองสมุนไพรชนิดต่อไป

 

3.ใบมะยม

ศึกษาจากพฤติการรมของคนลาว ซึ่งทานอาหารหลักเหมือนคนอีสาน แต่กลับไม่ค่อยมีผู้ป่วยเบาหวาน ผมพบว่าคนลาวนิยมทานผักพื้นบ้าน ผักริมรั้ว ไม่เหมือนคนอีสานที่ซื้อหาผักจำพวกกะหล่ำปลี แตงกวา ถั่วฝักยาว จากตลาดมาทาน ส่วนคนลาวเขากินใบมะยม จากการศึกษาเราจึงพบว่าใบมะยมสามารถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้ แต่มีคนเพียง 5% ที่ใช้ได้ผล

 

4.รากเตย

คือ ส่วนที่ไม่ใช่ใบ ตัดมาซัก 1 คืบ ต้มน้ำดื่ม 1 วันพอวันใหม่ก็เอา คนที่เป็นเบาหวานให้ดื่มน้ำรากเตยเป็นประจำ จะช่วยฟื้นฟูตับอ่อนให้กลับมาทำงานได้ 100% แล้วเบาหวานก็หายขาดได้ แต่มีคนในโลกนี้ัเพียง 3% ทีเหมาะกับรากเตย

 

5.หญ้าหวาน

มีคนในโลกนี้อีก 2% ซึ่งเป็นพวกหายยาก หากท่านทดลองใช้สมุนไพรทั้ง 4 ชนิดแรกแล้วอาการเบาหวานยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องกินหญ้าหวานนี้แหละเป็นด่านสุดท้าย สามารถใช้แทนสารให้ความหวานแทนน้ำตาล จะเหยาะในเคลืองเครื่องดื่มใดๆก็ได้ ดื่มทุกวัน เบาหวานก็จะหายขาดไปเอง

ก่อนจากกัน อยากบอกว่า เบาหวานไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอกถ้าคุณมีสมุนไพร 5 ชนิดนี้ แต่เราควรป้องกันมิให้เป็นโรคเบาหวานซะเลยจะดีกว่า ทราบหรือไม่ว่า เด็กๆสมัยนี้ แม้บางคนไม่กินหวานเลย แต่ก็ยังป่วยเป็นเบาหวาน สาเหตุเพราะนิยมทานขนมขบเคี้ยว อาหารฟาสต์ฟู้ด โดยเฉพราะคนที่ไม่ทานอาหารเช้า มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากกว่าใคร ดังนั้นทางที่ดี เราควรปรับพฤติกรรมลดละปัจจัยเหล่านี้น่าจะดีกว่ามาคอยตามรักษาภายหลังน่ะครับ

 

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Incoming search terms:

  • อาหารบํารุงตับอ่อน
  • อบเชย เบาหวาน
  • สมุนไพรรักษาเบาหวาน
  • อาหารบำรุงตับอ่อน
  • สมุนไพรรักษาเบาหวานหายขาด
  • สมุนไพรบํารุงตับอ่อน
  • อาหารต้านเบาหวาน
  • ใบมะยม แก้เบาหวาน
  • สมุนไพร รักษา เบาหวาน หายขาด
  • เบาหวาน สมุนไพร
พี่น้อย พูดว่า:

ต้องการทราบว่าจะหาอบเชยได้จากที่ไหน รวสมุนไพรทั้ง 5 ตัวด้วยน่ะค่ะ เป็นเบาหวานมาประมาณ 4 ปี วันนี้ เจาะน้ำตาลในเลือด พบ 235 เครียดมาก รับประทานยาแผนปัจจุบัน 1เม็ด ก่อนอาหาร เช้า และ เย็น แต่รุ้สึกว่า น้ำตาลไม่ลงเลย ขอบคุณสำหรับวิทยาทานทุกท่าน รอคำตอบ ช่วยตอบด่วนด้วยน่ะค่ะ

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
นุช ธนนันท์ฐิติคุณ พูดว่า:

รู้ตัวเป็นเบาหวานเมื่อวันที่11 ก.ค52 เท่ากับ5ปี ทานแล้วจะมีโอกาศหายไหมค่ะ ทุกวันนี้ทานยาร.พ.วันละ1เม็ดทุกเช้าเจาะเลือดน้ำตาลอยู่ที่165ก็รู้สึกปกติ แต่ถ้าวันไหนวัดได้ต่ำกว่า130จะมึนๆงงๆตัวสั่นๆ และซื้ออบเชยแคปซูลได้ที่ไหน รวมทั้งหญ้าหวานด้วยค่ะ ขอบคุณ (บางครั้งเจาะได้ถึง300กว่าถ้ากินทุเรียนและช๊อกกาแล็คของโปรด) รอคำตอบนะคะ

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
สุชาติ พูดว่า:

” … พฤติกรรมอีกประการที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าเป็นสาเหตุหลักของโรคเบาหวานคือ การทานอาหารเช้า หรือ ทานอาหารเช้าหลังช่วงเวลา 07:00 – 09:00 น. เป็นประจำ … ”

ขอยืนยันอีกครั้งได้ไหมครับ ว่า การทานอาหารเช้าเป็นประจำ เป็นสาเหตุของเบาหวานได้ จริงหรือเปล่าครับ เพราะเห็นหลาย ๆ ตำรา รณรงค์ให้ทานอาหารเช้าเป็นประจำครับ (จะได้ดูแลตัวเองได้ถูกต้อง)

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
กิตติเดช พัฒยา พูดว่า:

รอคำตอบอยู่ครับ….

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
รินทรา ทิมา พูดว่า:

ลองทานชาชงหม่อนดูสิคะลดลงเร็ว หรือชาชงชะพลู เคยทานหม่อนร่วมกับกลีบกุหลาบไม่เป็นลม
อบเชยก็ไม่เป็นลม ฟื้นฟูตับอ่อน แต่ค่อยเป็นค่อยไป
การตรวจตอนเช้าที่อดอาหารได้ไม่ต่ำกว่า200 แสดงว่าน้ำตาลระหว่างวันน่าจะสูงกว่านั้น หรือตอนเย็นกลางคืนกินมาก ลองลดอาหารตอนเย็น มื้อกลางคืนดูสิคะ
เคบมีเพื่อนร่วมงานเขาเป็นtype 1 เราเป็นtype 2 เขาใช้วิธีอดอาหารเป็นวัน ๆ สุดยอดจริง ๆ เราตายเป็นตายอดกินไม่ได้ ทุกวันนี้ก็เลยแย่หน่อย

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
สุชัญญา จันทร์สว่าง พูดว่า:

เริ่มวันนี้ คือ วันที่ 23/1/57 นะคะ

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
สุชัญญา จันทร์สว่าง พูดว่า:

23/1/57 ดิฉันเป็น โรคเบาหวาน มา8ปี นัำตาลในเลือด หมอให้ฉีด อินซูลีน เช้า26 เย็น 20 กินยา3มื้อๆละเป็นกำมือ แต่น้ำตาลก็ ไม่เคยต่ำกว่า 200 เลยสักวัน มาได้อ่าน ในเน็ต ว่าอบเชย สามารถ รักษาตับอ่อน และสามารถรักษาเบาหวานให้หายขาดได้ ดิฉัน จะเอาตัวเองมาทดลอง กินดูแล้วจะมาเล่าบอกเพื่อนๆที่เป็นเบาหวาน ทั้งหลาย เพื่อเป็นวิทยาทาน วันนี้ เจาะเลือด วัดน้ำตาล แล้ว 230 เริ่ม ทาน เช้า 3 แค็ปซูล เที่ยง 3 เย็น 3 สักหนึ่งอาทิตย์ ก็คืออีก 7 วันข้างหน้าจะมา รายงานให้ทราบนะคะ

VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VA:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)