นอนอย่างไรให้ถูกวิธี หายใจสะดวก

นอน อย่างไรให้ถูกวิธี…หายใจสะดวก

การนอน

การนอนให้ถูกวิธีนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  เพราะในเวลา  24  ชั่งโมงของเรา  หนึ่งในสามจะเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับพักผ่อน  หากนอนไม่ถูกวิธี  ผิดท่าผิดทางก็จะทำให้คุณทำให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวได้มาก  นอนหลับได้ไม่สนิท  ทำให้พักผ่อนได้ไม่เพียงพอส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานวันถัดไปไม่เต็มที่  หรือลักษณะการนอนของบางคนที่ชอบนอนคว่ำ  ส่งผลให้กระดูกสันหลังแอ่นเกินไป  การวางตัวของกระดูกสันหลังไม่เป็นไปตามธรรมชาติ  จึงทำให้ปวดหลังได้ง่าย

การนอนที่ถูกต้องสามารถทำได้ดังนี้

การนอนหงาย

–                  เป็นท่านอนที่เหมาะ ลดแรงกดของหลังได้ดี

–                  ควรนอนตัวตรง เพื่อไม่ให้กดทับอวัยวะต่างๆ

–                  แขนแนบลำตัว อาจกางออกเล็กน้อย

–                  อาจใช้หมอนเล็กหนุนรองใต้ข้อพับเข่า เพื่อให้เข่างอเล็กน้อย

–                  ควรใช้หมอนที่อ่อนนุ่ม ไม่สูงใหญ่เกินไปจนทำให้คางชิดอก ขนาดพอดีกับการรับรองศีรษะและลำคอให้อยู่ในแนวตรง

การนอนตะแคง

–                  หากคุณต้องการนอนตะแคง แนะนำให้ใช้หมอนข้างหนุนใต้โคนขาทำให้กระดูกสันลังไม่แอ่น

–                  ขาล่างอาจเหยียดตรง ขาบนงอสะโพกและงอขา

เลือกที่นอนอย่างไรดี…ให้หลับสบาย

นอกจากลักษณะท่าทางในการนอนแล้ว  สิ่งที่เราควรจะคำนึงอีกเรื่องก็คือการเลือกที่นอน  โดยเฉพาะฟูกที่เราต้องใช้นอนทุกวัน  ถือเป็นของใช้ภายในบ้านควรจะเลือกให้คุ้มค่า  และราคาเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัว

หากลักษณะของฟูกนิ่มเกินไปหรือแข็งเกินไปก็ย่อมส่งผลให้ผู้นอนปวดเมื่อยตามตัว  นอนหลับไม่เต็มอิ่มได้เช่นเดียวกับการนอนผิดท่าทางส่งผลต่อสภาพอารมณ์และจิตใจในวันถัดไปเพราะหากเรานอนไม่เต็มที่ก็อาจจะทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด  ง่วงนอนในเวลางาน  ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง  นอกจากนี้ที่นอนหรือฟูกยังส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้เช่นเดียวกัน  โรคหอบหืดเพราะหากเป็นที่นอนที่เก็บฝุ่น  ทำความสะอาดได้ยาก  มีเชื้อราเกิดขึ้น  ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ง่าย

ในบทนี้จึงมีหลักการเลือกที่นอนแบบง่ายๆ  มาฝากเพื่อเราทุกคนจะได้หลับอย่างสบายทุกคืน

หลักการเลือกที่นอนเพื่อสุขภาพ

–                  ที่นอนไม่ควรแข็งหรือนุ่มเกินไป  เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดหลังที่นอนที่ดีจะทำให้เราเกิดความรู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายขึ้นที่นอนที่ทำจากฟองน้ำอัดหรือใยมะพร้าวจะมีความแน่นพอประมาณรองรับน้ำหนักได้ดี  เหมาะกับผู้สูงอายุ  ผู้ที่มีอาการปวดหลัง  หรือคนที่มีน้ำหนักมากๆ  ส่วนที่นอนทีทำจากสปริงมีความนุ่มที่สุด  ต้องระมัดระวังในการเลือก  เพราะที่นอนสปริงบางยี่ห้อก็จะมีความนุ่มพอดี  เหมาะกับคนน้ำหนักตัวไม่มาก

–                  ที่นอนไม่ควรลื่นมากเกินไป  เพราะหากเราเผลอไปนอนขอบเตียงอาจทำให้เกิดการพลัดตกเตียงได้ง่าย  เผลอๆ  บางคนอาจไม่รู้ตัวตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่าตัวเองลงไปนอนกับพื้นเสียแล้ว

–                  เตียงนอนที่รองฟูกควรมีความแข็งแกรง  สามารถรับน้ำหนักผู้นอนได้ดี  ไม่ยุบลง  โดยเฉพาะหากต้องเผื่อไว้นอนกันสองคนก็ควรจะสามารถรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

–                  เลี่ยงวัสดุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย  ไม่มีไรฝุ่น  ที่นอนบางชนิดมีการเคลือบป้องกันสารกันไรฝุ่น  จึงเหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคหอบหืด    อย่างไรก็ตามก็ต้องทำความสะอาดที่นอน  อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง  นอกจากนี้ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการนอนที่นอนจากใยมะพร้าว  เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการหอบได้มากขึ้น

–                  ที่นอนควรระบายอากาศได้ดี  ไม่สะสมความชื้น  หรือไม่มีการสะสมของเชื้อราแบคทีเรีย  เช่น  ที่นอนยางพาราธรรมชาติ  100% อย่างไรก็ตามสามารถสังเกตที่นอนประจำของเรา ไม่ควรมีความชื้น หรือเชื้อรา เกิดขึ้น  และควรนำไปตากแดดบ้างอย่างน้อย  6  เดือนต่อครั้ง

–                  หลังจากใช้ที่นอนไปสักพักควรกลับด้านที่นอนจากด้านหน้าเป็นด้านหลังและ จากบนลงล่าง  เพื่อให้ใช้ที่นอนได้ครบทุกด้าน  ที่นอนจะได้ไม่ชำรุดง่าย อาจจะเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน

–                  สิ่งสำคัญ เวลาไปเลือกที่นอน เราควรลองนอนทดสอบดูด้วยว่านอนสบายหรือไม่  เพระความรู้สึกของเรา เมื่อได้ลองนอน หรือสัมผัสมาแล้ว  ก็ช่วยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)
Tags :

Comments are closed.